พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้
 |
มาตรา 1
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
พ.ศ.2535
|
 |
มาตรา2*
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
*[รก.2535/15/1พ./28 กุมภาพันธ์ 2535]
|
 |
มาตรา 3
ให้ยกเลิก
(1) พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2503
(2) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 228 ลงวันที่ 18 ตุลาคม
พ.ศ.2515
|
 |
มาตรา 4
ในพระราชบัญญัตินี้
สัตว์ป่า หมายความว่า
สัตว์ทุกชนิดไม่ว่าสัตว์บกสัตว์น้ำสัตว์ปีกแมลงหรือแมง
ซึ่งโดยสภาพธรรมชาติ
ย่อมเกิดและดำรงชีวิตอยู่ในป่าหรือใ น น้ำ
และให้ความหมายรวมถึงไข่ของสัตว์ป่าเหล่านั้นทุกชนิดด้วย
แต่ไม่หมายความรวมถึงสัตว์พาหนะที่ได้จดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรณตามกฎหมายพาหนะดังกล่าว
สัตว์ป่าสงวน หมายความว่า
สัตว์ป่าที่หายากตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้
และตามที่จะกำหนดโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
สัตว์ป่าคุ้มครอง หมายความว่า
สัตว์ป่าตามที่กฎกระทรวงกำหนดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง
ล่า หมายความว่า เก็บ ดัก จับ ยิง ฆ่า หรือทำอันตรายด้วย
ประการอื่นใดแก่สัตว์ป่าที่ไม่มีเจ้าของ
และอยู่เป็นอิสระ และหมายความรวมถึงการไล่ การต้อน การเรียก
หรือการล่อเพื่อการกระทำดังกล่าวด้วย
ซากของสัตว์ป่า หมายความว่า
ร่างกายหรือส่วนของร่างกายหรือส่วนของร่างของ
สัตว์ป่าที่ตายแล้ว หรือ เนื้อของสัตว์ป่า ไม่ว่าจะได้ ่ปิ้ง ย่าง
รม ตากแห้ง หมัก หรือทำอย่างอื่น
เพื่อไม่ให้เน่าเปื่อย และไม่ว่าจะชำแหละ แยกออก
หรืออยู่ในร่างของสัตว์ป่านั้นและหมายความรวมถึง
เขา หนัง กระดูก ฟัน งา ขนาย นอ ขน เกล็ด เล็บ กระดอง เปลือก
หรือส่วนต่างๆ ของสัตว์ป่าที่แยก
ออกจากร่างของสัตว์ป่าไม่ว่าจะยังมีชีวิตหรือตายแล้ว
เพาะพันธุ์ หมายความว่า
ขยายพันธุ์สัตว์ป่าที่นำมาเลี้ยงไว้โดยวิธีผสมพันธุ์สัตว์ป่า
และหมายความรวมถึงขยายพันธุ์สัตว์ป่าโดยวิธีผสมเทียมหรือการย้ายฝากตัวอ่อนด้วย
ค้า หมายความว่า ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน จำหน่าย จ่าย แจก
หรือโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งนี้
เพื่อประโยชน์ในทางการค้า และหมายความรวมถึง
มีหรือแสดงไว้เพื่อขายด้วย
นำเข้า หมายความว่า นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร
ส่งออก หมายความว่า นำหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร
นำผ่าน หมายความว่า นำหรือส่งผ่านราชอาณาจักร
ด่านตรวจสัตว์ป่า หมายความว่า
ด่านตรวจสัตว์ป่าและซากของสัตว์ป่า
สวนสัตว์สาธารณะ หมายความว่า
สถานที่หรือบริเวณซึ่งรวบรวมสัตว์ป่าไว้
เพื่อประโยชน์แก่การพักผ่อนหย่อนใจ การศึกษา
การค้นคว้าหรือวิจัยของประชาชน และเป็น
แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์ป่า
พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า
ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
อธิบดี หมายความว่า
อธิบดีกรมป่าไม้หรืออธิบดีกรมประมงเฉพาะที่เกี่ยวกับสัตว์น้ำ
คณะกรรมการ หมายความว่า
คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ
รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
|
 |
มาตรา
5
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตรา
ท้ายพระราชบัญญัตินี้
ลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมและกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตาม
พระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น
เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ |
หมวด 1
บททั่วไป
-------------
 |
มาตรา 6
การกำหนดให้สัตว์ป่าชนิดใดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองให้กระทำโดยกฎกระทรวงและโดยความ
เห็นชอบของคณะกรรมการ
กฎกระทรวงที่ออกตามวรรคหนึ่งจะใช้บังคับตั้งแต่วันใด
ให้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนั้น
แต่จะกำหนดให้ใช้บังคับก่อนหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษามิได้ |
 |
มาตรา 7
ผู้ใดล่าสัตว์ป่าโดยฝ่าฝืนต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้
ด้วยความจำเป็นและภายใต้เงื่อนไข
ดังต่อไปนี้ ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ
(1)
เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นพันจากอันตรายหรือเพื่อสงวนหรือรักษาไว้ซึ่งทรัพย์สิน
ของตนเองหรือผู้อื่น
(2) การล่านั้นได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ และ
(3)
ในกรณีที่สัตว์ที่ถูกล่านั้นเป็นสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองมิได้นำสัตว์ป่าที่ถูกล่าหรือ
ซากของสัตว์ป่าที่ถูกล่านั้นเคลื่อนที่
และได้แจ้งเหตุที่ได้ล่าสัตว์ป่าไปแล้วนั้นให้พนักงานเจ้าหน้าที่
ทราบโดยไม่ซักช้า
ให้สัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่าที่ถูกล่าตามวรรคหนึ่งตกเป็นของแผ่นดินและให้กรมป่าไม้หรือ
กรมประมง แล้วแต่กรณี
นำไปดำเนินการตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยความเห็นชอบ
ของคณะกรรมการ |
 |
มาตรา 8
การพิจารณาคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้มีอำนาจอนุญาตจะ
ต้องดำเนินการพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในหกสิบวันนับ
แต่วันได้รับคำขออนุญาตและถ้ามิได้แจ้งผลการพิจารณาคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในกำหนด
เวลาดังกล่าว
ให้ถือว่าผู้มีอำนาจอนุญาตมีคำสั่งอนุญาตตามคำขอและต้องออกใบอนุญาต
ให้แก่ผู้ยื่นคำขอนั้น
เว้นแต่พระราชบัญญัตินี้จะได้กำหนดอายุใบอนุญาตไว้เป็นอย่างอื่น
ใบอนุญาตหรือใบรับรอง
ที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้
ให้ใช้ได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต
ถ้าผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอเสียก่อน
ใบอนุญาตสิ้นอายุ
เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตแล้วจะประกอบกิจการต่อไปก็ได้จนกว่าผู้มีอำนาจอนุญาต
จะสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาตให้
การต่ออายุใบอนุญาตการโอนใบอนุญาตหรือใบรับรองการออกใบแทนใบอนุญาต
หรือใบรับรองตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ
และเงื่อนไข
กำหนดในกฎกระทรวง |
หมวด 2
คณะกรรมการและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ
---------------
 |
มาตรา 9
ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า
คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ
ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน
ปลัดกระทรวงเกษตร
และสหกรณ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ
อธิบดีกรมการปกครอง
อธิบดีกรมที่ดิน อธิบดีกรมประมง อธิบดีกรมปศุสัตว์
อธิบดีกรมศุลกากร อธิบดีกรมการค้า
ต่างประเทศเป็นกรรมการโดยตำแหน่งและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอื่นอีกไม่น้อยกกว่าห้าคน
แต่ไม่เกินสิบเอ็ดคนซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง
และให้อธิบดีกรมป่าไม้เป็นกรรมการและเลขานุการ
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง
ให้แต่งตั้งจากผู้แทนของสมาคมหรือมูลนิธิที่เกี่ยวข้อง
กับสัตว์ป่าไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับแต่งตั้ง
|
 |
มาตรา 10
กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี
กรรมการซึ่ง
พ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
|
 |
มาตรา
11
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา 10 กรรมการซึ่ง
คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) คณะรัฐมนตรีให้ออก
(4)
ถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ หรือ
(5) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมท
หรือความผิดลหุโทษ
ในกรณีที่กรรมการพันจากตำแหน่งก่อนวาระ
คณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการ
แทนได้
และให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน |
ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้ว
ยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง
ให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับ
วาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้ว
 |
มาตรา 12
การประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่
ประชุมให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุม ให้ถือเสียงข้างมาก
กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน
ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่
ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
|
 |
มาตรา 13
การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ
จำนวนกรรมการทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม
|
 |
มาตรา 14
คณะกรรมการจะตั้งอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด
ตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้
|
 |
มาตรา
15
คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) ให้ความเห็นชอบในการกำหนดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามมาตรา
33 การกำหนดเขต
ห้ามล่าสัตว์ป่าและการกำหนดชนิดหรือประเภทของสัตว์ป่าที่จะห้ามล่าในเขตนั้นตามมาตรา
42
(2) ควบคุมให้การเป็นไปตามมาตรา 35
(3)
กำหนดกิจการอันพึงกระทำเพื่อประโยชน์ในการบำรุงรักษาเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขต
ห้ามล่าสัตว์ป่า
(4) ให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการออกพระราชกฤษฎีกา
กฎกระทรวงและระเบียบ เพื่อปฏิบัติการ
ตามพระราชบัญญัตินี้
(5) กำหนดหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบ
และติดตามการปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
(6)
ปฏิบัติการอื่นใดที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการ
|
หมวด 3
การล่า การเพาะพันธุ์ การครอบครอง และการค้าซึ่งสัตว์ป่า
ซากของสัตว์ป่าและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่า
หมวด 4
การนำเข้า ส่งออก นำผ่าน นำเคลื่อนที่ซึ่งสัตว์ป่า และด่านตรวจสัตว์ป่า
--------------------
 |
มาตรา
23 ภายใต้บังคับมาตรา 24
ห้ามมิให้ผู้ใดนำเข้าหรือส่งออกซึ่งสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่า
ชนิดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด หรือนำผ่านซึ่งสัตว์ป่าสงวน
สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากของสัตว์ป่า
ดังกล่าว เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดี
การนำเข้าหรือส่งออกซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง
หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าวจะกระทำมิได้ |
 |
เว้นแต่เป็นการนำเข้าหรือส่งออกซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ตามมาตรา
18(1) |
 |
หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์และโดยได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี
การขออนุญาตและการอนุญาตตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
|
 |
มาตรา 24
การนำเข้า ส่งออก
หรือนำผ่านซึ่งสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่าชนิดที่ต้องมีใบอนุญาต
หรือใบรับรองให้นำเข้า
ส่งออกหรือนำผ่านตามความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการค้าสัตว์ป่า
และซากของสัตว์ป่าต้องได้รับใบอนุญาตหรือใบรับรองจากอธิบดี
การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไข
ที่กำหนดในกฎกระทรวง |
 |
มาตรา 25
การนำสัตว์ป่าคุ้มครองหรือซากสัตว์ป่าคุ้มครองเคลื่อนที่เพื่อการค้าของผู้รับใบอนุญาต
ตามมาตรา 20 ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี
การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาต
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่
กำหนดในกฎกระทรวง
|
 |
มาตรา 26
บทบัญญัติมาตรา 16 มาตรา 18 มาตรา 19 มาตรา 21 และมาตรา 23
มิให้ใช้บังคับแก่การกระทำเพื่อประโยชน์ในการสำรวจ
การศึกษาและวิจัยทางวิชาการ การคุ้มครอง
สัตว์ป่า การเพาะพันธุ์ หรือเพื่อกิจการสวนสัตว์สาธารณะ
ซึ่งกระทำโดยราชการ และโดยได้รับ
อนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดี
และต้องปฏิบัติตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด โดยความเห็นชอบของ
คณะกรรมการ
ในกรณีที่การกระทำตามวรรคหนึ่ง
เป็นการกระทำเพื่อกิจการเพาะพันธุ์ของผู้รับใบอนุญาต
เพาะพันธุ์ตามมาตรา 18
หรือเพื่อกิจการสวนสัตว์สาธารณะของผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนิน
กิจการสวนสัตว์สาธารณะตามมาตรา 29
การเรียกเก็บและการชำระค่าใช้จ่าย ค่าบริการ หรือ
ค่าตอบแทนและราคาสัตว์ป่า ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
โดยความเห็นชอบของ
คณะกรรมการ
|
 |
มาตรา 27
ให้รัฐมนตรีมีอำนาจตั้งด่านตรวจสัตว์ป่าและกำหนดเขตของด่านโดยประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษา
|
 |
มาตรา 28
ผู้ใดนำสัตว์ป่าสงวน
สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าวเคลื่อนที่ผ่านด่าน
ตรวจสัตว์ป่า
ต้องแจ้งเป็นหนังสือตามแบบที่อธิบดีกำหนดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจ
สัตว์ป่า โดยแสดงใบอนุญาตให้นำเคลื่อนที่เพื่อการค้า ให้นำเข้า
ให้ส่งออกหรือให้นำผ่าน แล้วแต่กรณี
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและอนุญาตเป็นหนังสือแล้วจึงให้นำเคลื่อนที่ต่อไปได้ |
หมวด 5
สวนสัตว์สาธารณะ
--------------------
 |
มาตรา 29
ผู้ใดประสงค์จะจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะต้องได้รับใบอนุญาตจาก
อธิบดี
ใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง
ให้สิ้นอายุลงเมื่อผู้รับใบอนุญาตแจ้งการเลิกการดำเนินกิจการสวนสัตว์
สาธารณะตามมาตรา 32
การขออนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขที่กำหนดใน
กฎกระทรวง
ในการดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ
ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวง
และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต |
 |
มาตรา
30
เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้วก่อนเปิดดำเนินการผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้ง
รายการเกี่ยวกับชนิดและจำนวนสัตว์ป่าสงวน
สัตว์ป่าคุ้มครองหรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าว
ที่มีไว้ในครอบครอง
พร้อมทั้งแสดงหลักฐานการได้มาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อตรวจสอบ
และจดแจ้งไว้ในทะเบียน
ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้สัตว์ป่าสงวนสัตว์ป่าคุ้มครองหรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าว
ที่อยู่ในความครอบครองของตน
อยู่หรือแสดงไว้ภายในบริเวณสวนสัตว์สาธารณะ
ที่จัดตั้งขึ้น
และต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยไม่ชักช้าทุกครั้งที่สัตว์ป่าสงวน
สัตว์ป่าคุ้มครอง |
 |
หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าวที่อยู่ในครอบครองเพิ่มจำนวนขึ้นหรือลดจำนวนลง
|
 |
การแจ้งตามวรรคหนึ่งและวรรคสองให้เป็นการไปตามวิธีการและระยะเวลาที่กำหนด
ในกฎกระทรวง
|
 |
มาตรา
31
ในกรณีที่ปรากฏว่า บริเวณที่ตั้งของสวนสัตว์สาธารณะหรือสถานที่
เลี้ยงสัตว์มีสภาพขัดต่อหลักเกณฑ์
เงื่อนไขหรือข้อกำหนดในกฎกระทรวงออกตามมาตรา 29
หรือเกิดมีสภาพอันอาจเป็นอันตรายแก่ประชาชนที่เข้าไปในสวนสัตว์สาธารณะหรืออาจก่อให้เกิด
อันตรายหรือความทุกข์ทรมานแก่สัตว์ป่าที่อยู่ในสวนสาธารณะ
ให้อธิบดีมีอำนาจ
ออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการปรับปรุงแก้ไขสภาพเช่นว่านั้นให้หมดไปได้
ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ดำเนินการตามคำสั่งให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดใน
คำสั่ง |
 |
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าปรับปรุงแก้ไขโดยเรียกค่าใช้จ่ายจากผู้รับใบอนุญาต
|
 |
มาตรา 32
ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะตามมาตรา 29
ประสงค์จะเลิกดำเนินการการสวนสัตว์สาธารณะ
ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้อธิบดีทราบล่วงหน้า และ
ให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการจำหน่ายสัตว์ป่าสงวนสัตว์ป่าคุ้มครองหรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าว
ที่มีอยู่อยู่ในครอบครองให้แก่ผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ
ตามมาตรา 29
รายอื่นหรือจำหน่ายสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่กำหนดตามมาตรา 17
หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าวให้แก่ผู้ได้รับใบอนุญาตเพาะพันธ์ตามมาตรา
18 (1) ให้เสร็จสิ้นภายใน
หนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ได้แจ้งการบอกเลิกไปยังอธิบดี
เมื่อสิ้นกำหนดเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวันตามวรรคหนึ่ง
ยังมีสัตว์ป่าสงวนสัตว์ป่าคุ้มครอง
หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าวเหลืออยู่เท่าใด ให้สัตว์ป่าสงวน
สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากของ
สัตว์ป่าดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน
โดยผู้รับใบอนุญาตต้องส่งมอบสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง
หรือซากสัตว์ป่าดังกล่าวให้แก่กรมป่าไม้หรือกรมประมง
แล้วแต่กรณีเพื่อดำเนินการต่อไปตาม
ระเบียบที่อธิบดีกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ |
หมวด
6
บริเวณและสถานที่ห้ามล่าสัตว์ป่า
--------------------------
 |
มาตรา 33
เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นสมควรกำหนดบริเวณที่ดินแห่งใดให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า
โดยปลอดภัยเพื่อรักษาไว้ซึ่งพันธุ์สัตว์ป่าก็ให้กระทำได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
และให้มีแผนที่
แสดงแนวเขตแห่งบริเวณที่กำหนดนั้นแนบท้ายพระราชกฤษฎีกาด้วย
บริเวณที่กำหนดนี้เรียกว่าเขต
รักษาพันธุ์สัตว์ป่า |
ที่ดินที่กำหนดให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านั้นต้องเป็นที่ดินที่มิได้อยู่ในกรรมสิทธิ์หรือสิทธิ
ครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินของบุคคลใดซึ่งมิใช่ทบวงการเมือง
 |
มาตรา 34
การขยายหรือการเพิกถอนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
ให้กระทำได้
โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
แลū | |